ท้องอืด-ขาชา อย่าชะล่าใจ! สัญญาณเตือนโรคอันตราย อาจตายได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ท้องอืด-ขาชา อย่าชะล่าใจ! สัญญาณเตือนโรคอันตราย อาจตายได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ท้องอืด-ขาชา อย่าชะล่าใจ! สัญญาณเตือนโรคอันตราย อาจตายได้ภายใน 48 ชั่วโมง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ท้องอืด-ขาชา อย่าชะล่าใจ! สัญญาณเตือนโรคอันตรายที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว คิดว่าไม่เป็นไรมาก เสี่ยงตายได้ภายใน 48 ชั่วโมง

โรงพยาบาลเจิ่นซิง (Zhen Xing Hospital) ออกโรงเตือน โรคผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ปริแตกเซาะ (Aortic dissection) เป็นโรคที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิตอย่างยิ่ง หากไม่ได้รับการผ่าตัดรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งหนึ่งอาจเสียชีวิตภายใน 48 ชั่วโมง นอกเหนือจากอาการ "เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง" ซึ่งเป็นอาการเด่นแล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจแสดงอาการเพียงแค่ ท้องอืด ท้องเสีย หรือมีอาการชาและอ่อนแรงที่ขาทั้งสองข้าง ทำให้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะอาหารหรือปัญหาระบบประสาท จนทำให้เสียโอกาสใน "นาทีทอง" ของการรักษาไปอย่างน่าเสียดาย

โรงพยาบาลเจิ่นซิงได้ระบุผ่านทางเฟซบุ๊กว่า หากมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงราวกับถูกมีดกรีด นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่ปริแตก ซึ่งเป็นโรคเฉียบพลันที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวของโรคนี้คืออาการแสดงที่มักจะซ่อนเร้นและคาดเดาได้ยาก เพราะบางรายเริ่มต้นด้วยอาการท้องอืด ท้องแน่น หรือขาชาหนึบจนไม่มีแรง

กลไกการเกิดโรค: เมื่อเส้นเลือดหลักของร่างกายฉีกขาด

หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) คือหลอดเลือดที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ โดยผนังหลอดเลือดจะประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น

หากผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงหรือผนังหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) จนทำให้ผนังชั้นในสุดเกิดฉีกขาด เลือดจะไหลทะลักเข้าไปในรอยแยกนั้นและเซาะให้ผนังหลอดเลือดแยกออกจากกัน เกิดเป็นช่องทางเดินเลือดใหม่ขึ้นมา เรียกว่า False Lumen

ทำไมถึงมีอาการ "ท้องอืด" และ "ขาชา"?

  • อาการท้องอืด/ปวดท้อง : เกิดขึ้นเมื่อรอยปริแตกนั้นลุกลามลงมาถึงหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงระบบทางเดินอาหารไม่เพียงพอ จึงทำให้มีอาการท้องอืดอย่างรุนแรงและปวดท้องตามมา

  • อาการขาชา/อ่อนแรง : หากรอยฉีกขาดลามไปถึงหลอดเลือดแดงบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือต้นขา ซึ่งเป็นท่อส่งเลือดหลักไปยังขา ท่อน้ำเลี้ยงที่อุดตันจะทำให้ขาขาดเลือดเฉียบพลัน ส่งผลให้ขาทั้งสองข้างเกิดอาการชา เย็นเฉียบ หรือถึงขั้นเป็นอัมพาตขยับไม่ได้กะทันหัน

นอกจากนี้ หากแรงดันในช่องหลอดเลือดปลอม (False Lumen) มากเกินไปจนดันให้ผนังหลอดเลือดชั้นนอกสุดแตกออก ก็จะทำให้เกิดการตกเลือดครั้งใหญ่ข้างใน หรือไปเบียดบังจนอวัยวะสำคัญอื่นๆ ขาดเลือด นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มหัวใจจนบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade), โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), ไตวาย หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตเฉียบพลัน

สถิติที่น่ากลัวและคำเตือนจากแพทย์

จากสถิติพบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่ทันมาถึงโรงพยาบาล เนื่องจากหลอดเลือดแตกกระจายไปก่อน และต่อให้มาถึงโรงพยาบาลแล้ว อีก 1 ใน 3 ก็อาจมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการผ่าตัดทันที ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งหนึ่งจะเสียชีวิตภายใน 48 ชั่วโมง และอัตราการเสียชีวิตจะพุ่งสูงถึง 70% ภายในระยะเวลา 2 เดือน เพราะหากหลอดเลือดแตกสนิท ผู้ป่วยมักไม่มีโอกาสแม้แต่จะก้าวเข้าห้องผ่าตัดด้วยซ้ำ และจะเสียชีวิตจากการเสียเลือดมากภายในเวลาไม่กี่นาที

สัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง: อาการเด่นชัดของภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่ปริแตก คือ อาการเจ็บหน้าอกหรือปวดหลังแบบเฉียบพลัน รุนแรง เหมือนมีอะไรมาฉีกเนื้อหรือเหมือนโดนมีดกรีด แต่ถ้าหากมีอาการปวดท้อง ปวดเอวอย่างไร้สาเหตุ หรือขาเกิดชาและอ่อนแรงกะทันหันร่วมด้วย อย่าคิดว่าเป็นเพียงแค่โรคกระเพาะหรือกระดูกทับเส้นประสาทธรรมดาๆ เด็ดขาด หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อเข้ารับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อแย่งชิงเวลาชีวิตในนาทีทองกลับคืนมา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล